ชิงดำพ่อเมืองกรุง...ระวังม้าฟลุ๊ค
posted on 17 Sep 2008 15:02 by huakati.....................................
.....................................
ต้องเร่งรัดปราบปรามปัญหายาเสพติดในชุมชน สถานการศึกษาและสถานบันเทิงในเขตกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องให้ล่มสลาย และสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดกลับเข้ามาแพร่หลายอีก ภายใต้แผนปฏิบัติการ “พญาช้างสารเหยียบเมือง” เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกเลย
ทั้งนี้ จะจัดที่ให้เป็นลานกีฬา ให้เด็กเยาวชนหมั่นเล่นกีฬาออกกำลังกายจัดกิจกรรมให้ทำร่วมกัน คืออย่าให้เยาวชนจับกลุ่มมั่วสุมอบายมุข และจะรณรงค์โดยร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นประจำภายใต้เจตนารมณ์ร่วมกันต่อต้านและป้องกันยาเสพติดทุกชนิด
ต้องบำบัดรักษาผู้เสพยาหรือผู้ติดยาเสพติดให้และให้ กทม. ช่วยจัดหางานให้ทำส่วนปัญหาเด็กติดเกมส์ จนเสียการเรียนนั้น จะปราบปราม กวดขันร้านเกมส์ที่ผิดกฎหมาย กำหนดระยะเวลาเปิดปิดให้เป็นเวลา และกำหนดอายุเยาวชนที่เข้าไปเล่นเกมส์ จะตรวจให้ถูกต้องและเร่งรัดปราบปราม ตรวจสอบร้านซ่อมมอเตอร์ไซต์ จะดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดเพื่อให้หมดสิ้นไป
เมื่อถามถึงแนวทางแก้ปัญหาจราจรติดขัด แออัด ที่ทำให้คนกรุงทุกข์ใจมาอย่างยาวนาน นั้น “(ตู่ ติงลี่)” ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็น “เทพ” ไปแล้ว เพราะตัดขาดอบายมุขทุกอย่าง มุ่งหน้าปฏิบัติธรรมอย่างเดียว บอกว่า เขาจะแก้ปัญหาจราจรรถติด โดยรับสมัครอาสาสมัครจราจรชายหญิงอายุตั้งแต่ 23-35 ปีจะให้ตำรวจจราจรเป็นผู้ผึกสอนและอบรมวินัยจราจร ให้บริการประชาชน ตามแยกสี่ และช่วยเหลือประชาชนเมื่อรถยนต์เครื่องเสียแล้วเกิดอุบัติเหตุ กทม. จะมีเบี้ยเลี้ยงแก้อาสาสมัครทุกๆ ท่าน ที่ทำงานบริการประชาชน รวมถึง อปพร. ตำรวจชุมชน(บ้าน) ให้ดำรงอยู่เหมือนเดิม แต่ปรับปรุงเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่บริการประชาชน ร่วมกัน โดยจะหาให้มีกฎหมายคุ้มครอง และมีประกันชีวิตและสวัสดิการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการรับใช้ประชาชนซึ่งถือเป็นนิมิตใหม่ของผู้นำชุมชน คณะกรรมการชุมชนและพี่น้องอาสาสมัครผู้เสียสละรับใช้ประชาชน มีผู้นำที่เป็นนักสู้ คนจริง พึ่งได้ (ฟันธง) เด็ดขาด คุณภาพชีวิตในสังคมเมืองได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ
เมื่อถามถึงปัญหาน้ำท่วมขังและการรับมือภัยธรรมชาติ “ตู่ ติงลี่” กล่าวอย่างอารมณ์ดี...จะคืนวิถีชีวิตสู่ชุมชน และเตรียมพร้อมพื้นที่เพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งวิธีการนั้นจะขุดคลองระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลไปสู่ แม่น้ำบางประกง ระบายออกสู่แม่น้ำนครชัยศรี และแม่น้ำท่าจีน ลักษณะตัวแมงป่อง เปรียบเสมือนแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นตัวแมงป่อง ขาแมงป่องเปรียบเสมือนคลอง และจะใช้คลองเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำ โดยมีเรือโดยสารติดแอร์ราคาประหยัด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่สัญจรคมนาคมเดินทาง อยู่ในการควบคุมของกทม. โดยให้ภาคเอกชนยื่นประมูลเป็นการบริการร่วมกันระหว่างกทม. และภาคเอกชน
ระหว่างเรือโดยสารติดแอร์วิ่งรับส่ง ผู้โดยสารนั้นจะมีท่าจอดเรือ แต่ละท่าจอดเรือจะมีกาแฟโบราณและสินค้าพื้นบ้านและสมุนไพรไทยพร้อมอาหารจำหน่าย โดยพี่น้องที่อยู่ชุมชนหรือชุมชนใกล้เคียงเป็นผู้จัดจำหน่ายเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ใช้สินค้าไทย จะมีการสร้างทางด่วนลอดแม่น้ำเจ้าพระยาลักษณะคล้ายงูเลื้อย มีส่วนหัวติดกับ จ.สมุทรปราการ ส่วนหางติดกับ จ.นนทบุรี แต่จะใช้งบประมาณที่ไม่สูงมากนัก เหมือนที่ฮ่องกง ขุดถนนลอดทะเล เมื่อทางด่วนโผล่ฝั่งไหนให้มีโรงเรียน พร้อมสนามกีฬา โรงพยาบาล ของ กทม. ตลาด ของ กทม.เพื่อขายสินค้าของไทยราคาประหยัด ค่าเวรคืนเสียหายไม่มาก และยังช่วยระบายรถได้มาก ไม่เสียทัศนียภาพ นอกจากนี้ยังจะเน้นแก้ปัญหาน้ำเน่าเหม็น คลองตื้นเขิน เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค จะใช้วิธีขุดคลอง ลอกท่อและบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดี โดยใช้หลักการ4 ประสาน ซึ่งได้แก่ ทหารช่าง อปพร. นักเรียนช่างกลและผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษ เพราะทหารช่างมีความพร้อมของเรื่องยุทโธปกรณ์พร้อม พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ประทับใจประชาชนใน กทม. ทุกๆ ท่าน และในอนาคต กทม. จะมีรถรางโดยสารวิ่งรอบเมือง บริการฟรี บนทางวิ่งบัสเลนน์จะมีสัญลักษณ์ของ กทม. ช้างสามเศียร สีรถรางจะเป็นสีเขียวขาวเมื่อมีผลงานเป็นที่ประจักษ์แล้ว “ตู่ ติงลี่” บอกว่า มีแผนจะเปิดสถานีโทรทัศน์กรุงเทพมหานคร ขึ้นมา 1 ช่อง โดยติดต่อขอเช่าช่องสัญญาณจากบริษัทไทยทีวีถ่ายทอดสดให้ประชาชนได้ทราบข่าวสารและผลงานที่ผู้ว่าประกาศนโยบายอย่างชัดเจน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้ร้องทุกข์ถึงความเดือดร้อน พร้อมทั้งให้ประธานชุมชน และคณะกรรมการได้แถลงผลงานและวิสัยทัศน์ เพื่อความเข้าใจและร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ โดยมีความรู้รักสามัคคี ส่วนนโยบายของท่านอดีตผู้ว่า กทม. จะสานต่อโครงการไหนถ้ามีประโยชน์ต่อประชาชนจะรับดำเนินการสานต่ออย่างฉับพลัน จะสนับสนุนกิจกรรมของพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาใดๆ ก็แล้วแต่ ทาง กทม.จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนทันที เพราะศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ส่วนพี่น้องไทย-มุสลิม จะได้มีโอกาสแสวงบุญที่ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย มัสยิดละ 2 ท่าน ชาย 1 ท่าน หญิง 1 ท่าน เนื่องจากพี่น้องไทยมุสลิม บางครอบครัวยังมีฐานะยากจน เพราะตอนผมเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4โรงเรียนกิ่งเพชร (เขตราชเทวี) มีเพื่อนเป็นชาวไทย-มุสลิม บ้านครัวเหนือ-บ้านครัวใต้ เป็นจำนวนมาก จะมอบหมายให้โต๊ะอิหม่ามหรือผู้นำศาสนา ครูสอนศาสนา และคณะกรรมการมัสยิด เป็นผู้ดำเนินการให้มีการจับสลาก ทาง กทม. เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในเทศกาล “รามาดอน” ถือศีลอดของทุกๆ ปี โดยมี คุณเกชา เปลี่ยนวิถีและคุณฤทธิ์ ฤาชา เป็นที่ปรึกษา และคุณ อนุชา แห่งวงแฮมเมอร์ เรื่องขอทาน คนเร่ร่อน คนจรจัดและยากไร้ กทม.จะจัดตั้งศูนย์พักฟื้น และบำบัดรักษาพยาบาล และสตรีที่น่าสงสารที่ขายบริการทางเพศตามสวนสาธารณะของ กทม.จะจัดตั้งศูนย์ “เมตตาธรรม” เพื่อช่วยเหลือฝึกอาชีพ ทำสวนครัว ปลูกผัก พริก ขี้หนู มะนาว มะกรูด พืชสมุนไพร เป็นต้น เย็บปักถักร้อยและงานหัตกรรม เป็นการร่วมด้วยช่วยกันให้โอกาสเพื่อนมนุษย์ด้วยกันดำรงชีพอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง จะขอความร่วมมือไปยังตำรวจนครบาล ให้ทำการปิดถนนอังรีดูนังค์ในวันหยุดและวันนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลลา 17.00 ถึง03.00 น. เพื่อเป็นถนนบันเทิงเป็นแหล่งท่องเที่ยว และซื้อสินค้า “โอท็อป” เวลาค่ำคืน และเป็นศูนย์รวมของสาวประเภทสอง กลุ่มรักร่วมเพศ ทอม และเกย์-ควีน เป็นต้น เพราะมนุษย์ในโลกนี่มีคุณค่าทุกๆ คน ต่างกันก็เพียงแต่เลือกเกิดไม่ได้ ถนนคนเดินแห่งนี้คาดว่าจะนำเงินตราเข้าประเทศได้ไม่น้อย พ่อค้า-แม่ค้ามีงานทำ มีรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัว และลูกๆ ได้รับการศึกาา ปี 2552 นี้ กทมฯ มีงบประมาณ 54,000 ล้านบาท (ห้าหมื่นสีพันล้านบาท) จะจัดสรรงบประมาณ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชั้นรากหญ้าให้มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากและขับเคลื่อนได้ และคนชั้นกลางและชั้นสูงก็จะให้ความเมตตาเห็นด้วยกับนโยบายของกระผม เพราะกระผมเป็นเด็กยากจนมาก่อน เกิดในสลัมน้ำคลำ “เป็นคนที่อิ่มแล้วไม่ลืมหิว” จนสังคมขนานนามว่า ทหารนักบุญ
ด้านสวัสดิการ